เจ้าพ่อยี่กอฮง เทพแห่งการเสี่ยงโชคการพนัน

คนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าต้องเคยมีประสบการณ์เสี่ยงโชคกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อหวยหรือการพนัน หรือสลากกินแบ่งรัฐบาลกันอย่างแน่นอน ซึ่งแต่ละคนก็จะมีวิธีการเสาะแสวงหาเลขเด็ดแตกต่างกันไป บางคนเชื่อเรื่องโชคชะตา การบนบานศาลกล่าว บ้างก็นิยมออกเดินทางตามหาเลขเด็ดเองจากแหล่งขอเลขเด็ดยอดฮิตทั่วประเทศ ศาลต่างๆ รวมไปถึงพระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ก็ล้วนแล้วแต่ความเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งวันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “เจ้าพ่อยี่กอฮง เทพแห่งการเสี่ยงโชคการพนัน” ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักแสวงหาโชคลาภ กันอย่างแพร่หลาย เรียกได้ว่าถ้าคุณเป็นนักเสี่ยงโชคเนี่ยคุณพลาดมากที่ไม่รู้จักท่าน

 ยี่ กอ ฮ ง ประวัติ

เจ้าพ่อยี่กอฮง

พระอนุวัตน์ราชนิยม (ฮง เตชะวณิช) เป็นชาวจีนแต้จิ๋วที่ถือกำเนิดในมณฑลกวางตุ้งในช่วงปี พ.ศ.2394 แซ่ “แต้” และมีนามว่า “หงี่ฮง” หรือบ้างก็ว่าท่านนั้นถือกำเนิดในประเทศไทย ตรงแถวสี่กั๊กพระยาศรี โดยบิดามีอาชีพค้าผ้า ต่อมาเมื่อบิดาของท่านได้เสียชีวิตลง ท่านได้เดินทางไปอยู่กับญาติและศึกษาต่อที่ประเทศจีน จนอายุ 16 ปีจึงเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยอีกครั้ง ช่วงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 โดยตั้งปณิธานว่าจะมาประกอบอาชีพทำการค้าขายในสยามประเทศจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ซึ่งการกลับมาอาศัยอยู่ในประเทศไทยของท่านครั้งนั้นท่านได้เลือกไปอาศัยและค้าขายอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วได้สมรสเป็นลูกเขยของคหบดีย่านตลาดสันป่าข่อย จนท่านอายุได้ประมาณ 30 ปีท่านได้โดยล่องแพนำสินค้าลงมาค้าขายอยู่แถวบริเวณหน้าจวนของท่านเจ้าคุณโชฎึกราชเศรษฐี แถววัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อค้าขายได้กำไรมีทรัพย์ในระดับหนึ่งแล้วท่านจึงตัดสินใจมาตั้งรกรากทำการค้าอยู่ที่พระนครโดยถาวร โดยเลือกทำเลปลูกตึกอยู่ตรง สน.พลับพลาไชยในปัจจุบัน

ท่านยี่กอฮงได้ประกอบกิจการค้าหลายอย่าง และอาชีพที่ได้สร้างฐานะให้ท่านจนรุ่งเรืองก็คือ การเป็นเจ้าภาษี โรงต้มกลั่นสุรา โรงบ่อนเบี้ย โรงหวย กอขอ ท่านยี่กอฮงจึงได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นผู้จัดการดำเนินการควบคุมบ่อนเบี้ยหวย โดยให้ทำการออกหวยวันละ 2 ครั้งในช่วงสายและเย็น ซึ่งท่านก็ทำหน้าที่นี้ได้ดีเยี่ยม สามารถหาเงินส่งส่วยเข้าท้องพระคลังหลวงได้เป็นจำนวนมาก

ต่อมาเมื่อมีการออกพระราชบัญญัติเลิกอากรบ่อนเบี้ย และหวย กอขอ ท่านจึงได้หันไปประกอบกิจการค้าอื่นๆ อาทิ เรือเดินทะเลไปเมืองจีน ทำโรงสีข้าวและอื่นๆ แต่ปรากฏว่ากิจการเหล่านั้นกลับสร้างหนี้สินให้ท่านเป็นจำนวนมาก ซึ่งในที่สุดท่านก็ถูกฟ้องเป็นคนล้มละลาย และถูกยึดทรัพย์เป็นของหลวง แต่เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่เสียสละเพื่อส่วนรวมมาโดยตลอด ทั้งการตั้งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และมูลนิธิอื่นๆ ตั้งโรงเรียน สร้างสะพาน สร้างถนน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดให้ยี่กอฮงอาศัยอยู่ในบ้านนี้ต่อไปจนตลอดชีวิต ส่วนสาเหตุที่ทำให้บรรดาคอหวยทั้งหลายนิยมมาขอหวยที่นี่ ส่วนหนึ่งเพราะในสมัยที่ท่านมีชีวิตอยู่ท่านเป็นเจ้าของโรงหวย และมีส่วนสำคัญในการริเริ่มให้เล่นหวยขึ้นในประเทศ ที่สำคัญท่านยังชื่นชอบการเล่นหวยมากนั่นเอง

ความเชื่อ

คนไทยจึงมีความเชื่อว่า เจ้าพ่อยี่กอฮง เป็นผู้มีโชคดีมีโชคทางการเสี่ยงโชค การพนัน ทุกชนิด จึงทำให้ผู้ที่ได้ยินชื่อเสียงของท่านต่างพากันหารูปเคารพมาบูชาไว้ ผู้ที่บูชาเจ้าพ่อยี่กอฮง จะไม่ผิดหวังเลย ดูจากของที่แก้บนต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง หรือที่สถานีตำรวจพลับพลาไชยก่อนหวยออก ๑ วันจะมีผู้มาขอหวยกันเยอะมาก  ถ้าบนบานศาลกล่าวและถูกหวย ก็จะนิยมแก้บนด้วยการนำข้าวขาหมู โอยั้ว น้ำชาดอกดาวเรือง หมากพลูบุหรี่ และซิการ์มาถวาย

ซึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คนที่กราบไหว้กันนั้น ตั้งอยู่บนดาดฟ้าของสถานีตำรวจพลับพลาไชย ศาลเจ้าพ่อยี่กอฮงผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าพ่อยี่กองฮงมีนามเดิมว่า นายเตี่ยง แซ่แต้่ (แซ่แต้เป็นต้นตระกูลเตชะวณิชย์) หลายคนที่ชื่นชอบในการเสี่ยงโชคเสี่ยงคงจะได้ยินชื่อของ เจ้าพ่อยี่กอฮง กันมาบ้างแล้ว ซึ่งหลายคนยกให้ท่านเป็น เทพแห่งการเสี่ยงโชคเสี่ยงทุกประเภทเลยก็ว่าได้ทั้งยังขนานนามว่า “เจ้าพ่อยี่กอฮง เทพแห่งการเสี่ยงโชคการพนัน” ปัจจุบันยังมีผู้คนนิยมกราบไหว้บูชาเจ้าพ่อยี่กอฮงเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก

ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่เลื่อมใส เพราะต่างมีความเชื่อที่ว่า ถ้าอยากมีความโชคดีจากการเสี่ยงโชคเสี่ยงดวง ซื้อหวยหรือกระทั่งเล่นการพนัน หรือใครมีเรื่องทุกข์ร้อนใดๆ ก็ขอให้ท่านช่วยเหลือได้ จึงยกให้ท่าน เจ้าพ่อยี่กอฮง เทพแห่งการเสี่ยงโชคการพนัน” กันเลยทีเดียว หากท่านใดกำลังจะลงเสี่ยงโชคก็ขอให้ท่านได้บูชา หรือพกพาเครื่องรางที่เกี่ยวกับท่านยี่กอฮง เพราะจะนำพาทั้งโชคลาภ และความโชคดีมาแก่ตัวท่านก็เป็นได้

คาถาบูชา

หากท่านต้องการขอหวยหรือขอโชคลาภจากการพนันจากเจ้าพ่อยี่กอฮง ขอจงประนมมือทำใจให้เป็นสมาธิ หลับตา บริกรรมภาวนาด้วยใจอันสงบนิ่ง 3 จบแล้วท่องว่า  “อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมว สะมิชฉะตุ สัพพะลาโภ ชะโย นิจจัง สัพพะลาโภ ภะวะตุ เม”